ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : คลินิกเทคนิคการแพทย์ เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ ตรวจตามแพทย์สั่ง คลินิกกิจกรรมบำบัด เด็ก สมาธิสั้น ออทิสติค คลินิกรังสีเทคนิค เอกซเรย์ ถ่ายภาพรังสีทรวงอก คลินิกกายภาพบำบัดและธาราบำบัด ฟื้นฟู ปวด เมื่อย สระว่ายน้ำ ในร่ม น้ำอุ่น MRI

 





ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร 0-5394-5096


คลินิกเทคนิคการแพทย์   ให้บริการตรวจสุขภาพ ทั้งในและนอกสถานที่ เช่น การตรวจตามคำสั่งแพทย์ ผู้รับบริการทั่วไปที่รักษ์สุขภาพ การตรวจสุขภาพพนักงานก่อนเข้าทำงาน  รับตรวจตัวอย่างในงานวิจัย  หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน  โดยมีนักเทคนิคการแพทย์ และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้บริการ โดยท่านที่มาใช้บริการหากท่านมีสิทธิในการเบิก สามารถใช้สิทธิการเบิกจ่ายจากหน่วยงานต้นสังกัดได้

                  

คลินิกเทคนิคการแพทย์   ให้บริการตรวจสุขภาพ ทั้งในและนอกสถานที่ เช่น การตรวจตามคำสั่งแพทย์ ผู้รับบริการทั่วไปที่รักษ์สุขภาพ การตรวจสุขภาพพนักงานก่อนเข้าทำงาน  รับตรวจตัวอย่างในงานวิจัย  หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน  โดยมีนักเทคนิคการแพทย์ และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้บริการ โดยท่านที่มาใช้บริการหากท่านมีสิทธิในการเบิก สามารถใช้สิทธิการเบิกจ่ายจากหน่วยงานต้นสังกัดได้


การตรวจสุขภาพสามารถตรวจหาอะไรได้บ้าง

1.  ตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)  เป็นการหาปริมาณเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือดได้ เพื่อทราบความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงเช่นมีภาวะซีดหรือไม่ ความผิดปกติของเม็ดเลือดขาวเช่นเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือไม่ หรือมีการอักเสบติดเชื้อในร่างกาย เป็นต้น

2.  ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด (FBS เป็นการตรวจหาภาวะเบาหวาน หรือ เริ่มมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเพื่อเป็นการป้องกันหรือเตรียมตัวก่อนจะเป็นเบาหวานได้  และในผู้ที่มีความเสี่ยงเช่นมีพันธุกรรมเป็นเบาหวาน

3.  ตรวจหาระดับไขมัน (cholesterol/Triglyceride)  หากพบมีค่าสูงอาจมีความเสี่ยงเป็นเส้นเลือดหัวใจ หรือเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดอุดตัน หากทราบว่ามีภาวะไขมันสูงทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารและออกกำลังกาย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงได้

4.  ตรวจการทำงานของไต (BUN,Creatinine)  เพื่อดูภาวะว่าไตมีความผิดปกติหรือไม่ มีความเสี่ยงเป็นโรคไตหรือไม่

5.  ตรวจหากรดยูริค (Uric acid)   เพื่อดูภาวะโรคเก๊าท์ ผู้ที่มีภาวะกรดยูริคสูง ควรควบคุมอาหารพวกยอดอ่อนของพืช หน่อไม้ เครื่องในสัตว์

6.  ตรวจการทำงานของตับ (AST,ALT,ALP)   เพื่อดูภาวะว่าตับทำงานเป็นปกติดีหรือไม่ มีภาวะตับอักเสบหรือไม่ ซึ่งอาจเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น จากยา หรือไวรัส เป็นต้น

7.  ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งชนิดต่างๆ (Tumor marker)   เพื่อทราบภาวะความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง หรือมีความเสี่ยงจากพันธุกรรม  มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป เป็นต้น

8.  การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis)   เป็นการหาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ  การอักเสบหรือติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

9.  การตรวจอุจจาระ (Stool examination)  เพื่อหาพยาธิต่างๆ การติดเชื้อในลำไส้ เป็นต้น

10.  การตรวจหาโรคติดเชื้อชนิดต่างๆ  เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการติดเชื้อเอชไอวี (เอดส์)  โรคไวรัสตับอักเสบชนิด เอ  บี และ ซี เป็นต้น เพื่อจะได้ทราบสภาพร่างกายและสามารถป้องกันไว้ก่อนจะติดเชื้อได้ เช่น การรับวัคซีน เป็นต้น

11.  การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน หรือก่อนมีบุตร  เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขอนามัยก่อนแต่งงานและมีบุตร และทราบปัจจัยเสี่ยงจากโรคพันธุกรรม เช่น โรคธาลัสซีเมีย เพื่อหาทางป้องกันและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ต่อไป

คลินิกเทคนิคการแพทย์   ให้บริการตรวจสุขภาพ ทั้งในและนอกสถานที่ เช่น การตรวจตามคำสั่งแพทย์ ผู้รับบริการทั่วไปที่รักษ์สุขภาพ การตรวจสุขภาพพนักงานก่อนเข้าทำงาน  รับตรวจตัวอย่างในงานวิจัย  หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน  โดยมีนักเทคนิคการแพทย์ และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้บริการ โดยท่านที่มาใช้บริการหากท่านมีสิทธิในการเบิก สามารถใช้สิทธิการเบิกจ่ายจากหน่วยงานต้นสังกัดได้

การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือด

1.  ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรดื่มสุราหรือมีความเครียดในช่วงที่จะทำการตรวจสุขภาพ กรณีใช้ยาควรแจ้ง   ให้แพทย์ทราบ เพราะยาบางชนิดอาจรบกวนการทดสอบได้

2.  การงดน้ำและอาหารก่อนเจาะเลือด (สามารถดื่มน้ำเปล่าได้)

     -  หากต้องการตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด ควรงดน้ำและอาหารก่อนเจาะเลือด 8 ชั่วโมง

     -  หากต้องการตรวจหาระดับไขมันในเลือดร่วมด้วยควรงดน้ำและอาหารก่อนเจาะเลือดอย่างน้อย 12 ชั่วโมง

3.  ควรใส่เสื้อที่พับแขนเสื้อขึ้นได้เพื่อความสะดวกในการเจาะเลือด และแขนเสื้อไม่รัดแน่นเกินไปเพื่อป้องกันการเขียวซ้ำจากการเจาะ

4.  หลังเจาะเลือด ควรกดแผลที่เจาะเลือดไว้ประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้เลือดหยุดไหล ไม่ควรแกว่งแขน หรือใช้แขนนั้นถือของหนัก ระวังไม่ให้แขนเสื้อรัดแขนบริเวณที่เจาะ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเขียวช้ำ

5.  หากมีอาการหน้ามืด วิงเวียน ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ และนั่งพักสักครู่ ไม่ควรลุกขึ้นทันที

6.  หากมีอาการเขียวช้ำที่บริเวณที่เจาะเลือด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบในวันแรกเพื่อบรรเทาอาการ และใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบในวันต่อมา เพื่อให้หายจากอาการเขียวเร็วขึ้น  ทั้งนี้อาการเขียวช้ำเกิดจากมีเลือดซึมใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดได้จากการที่เลือดยังไม่หยุดไหลดีภายหลังการเจาะเลือด อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่างกัน เช่น

      -  การไม่กดบริเวณที่เจาะเลือด

      -  การออกแรง เช่น หิ้วของ

      -  เส้นเลือดเปราะหรือแตกง่าย เป็นต้น



คลินิกเทคนิคการแพทย์ : Medical Technology Clinic
คลินิกเทคนิคการแพทย์   วัน - เวลาทำการ    วันจันทร์ - ศุกร์      เวลา 07.30 - 20.00 น.
       วันเสาร์ - อาทิตย์    เวลา 07.30 - 15.30 น.
  หยุดทำการ    วันหยุดนักขัตฤกษ์  
  หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ    เคาท์เตอร์  0-5393-6027 ต่อ 100
   ห้องปฏิบัติการ (LAB) 0-5393-6027 ต่อ 110 - 111