20 ปี ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก 20 ปี แห่งความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการบริการ
 ::  หน้าหลัก
 ::  เกี่ยวกับเรา
 ::  บุคลากร
 ::  งานบริการของเรา
      + คลินิกเทคนิคการแพทย์
      + คลินิกกิจกรรมบำบัด
      + คลินิกกายภาพบำบัด
      + คลินิกธาราบำบัด
      + คลินิกรังสีเทคนิค
      + คลินิก MRI
      +  หน่วยบริการ
          
HIV Viral Load
 ::  แพคเกจตรวจสุขภาพ
 ::  Mobile Check-Up
 ::  จำหน่ายตำราทางวิชาการ
 ::  งานบริการอื่น ๆ
 ::  ติดต่อเรา
 ::  แผนที่

คลินิกเทคนิคการแพทย์
เปิดทำการวันจันทร์ - ศุกร์
เวลา 07.30 - 20.00 น.
วันเสาร์ - อาทิตย์
เวลา 08.00 - 16.00 น.
โทร 0-5394-6027

คลินิกรังสีเทคนิค
เปิดทำการวันจันทร์ - ศุกร์
เวลา 07.30 - 20.00 น.
วันเสาร์ - อาทิตย์
เวลา 08.00 - 16.00 น.

โทร 
0-5394-9296

คลินิกกายภาพบำบัด
เปิดทำการวันจันทร์ - ศุกร์
เวลา 09.00 - 20.00 น.
วันเสาร์ - อาทิตย์
เวลา
 
09.00 - 16.00 น.
โทร 
0-5394-
9268

คลินิกธาราบำบัด
เปิดทำการวันจันทร์ - ศุกร์
เวลา 09.00 - 20.00 น.

วันเสาร์ เวลา 09.00 - 16.00 น.
โทร 
0-5394-
5095

คลินิกกิจกรรมบำบัด
เปิดทำการวันจันทร์ - ศุกร์
เวลา
 
13.00 - 20.00 น.
วันเสาร์ เวลา 08.00 - 15.00 น.
โทร 
0-5394-
5094


 

หัวใจโต 

คุณหมอครับ วันนี้ผมพาคุณแม่มารักษาโรคหัวใจโตครับ

หมอคะ...หัวใจโตไหมคะ เคยมีคุณหมอบอกว่าโตกว่าปกติ ต้องระวังตัว

ผมเป็นโรคหลายโรคครับ ทั้งความดัน เบาหวาน หัวใจโต

                    คำถามเหล่านี้ได้ยินกันเสมอในหมู่อายุรแพทย์  แพทย์โรคหัวใจ หรือกลุ่มบุคลากรทางสุขภาพด้านต่างๆ เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยๆ เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่มี โรคหัวใจโต มีแต่ ภาวะหัวใจโต ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ หัวใจก็เป็นอวัยวะเช่นเดียวกันกับอวัยวะอื่นๆ เมื่อต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ หรือมีปัญหาอื่นๆ ก็อาจทำให้ขนาดหัวใจโตขึ้น ดังนั้นหัวใจที่โตขึ้นจึงไม่ใช่ โรค แต่เป็นผลที่ตามมา เนื่องจากโรคอื่นๆ


หัวใจโต โตจากอะไร                                                                                                                                           
                    ขนาดหัวใจที่โตกว่าปกตินั้น อาจแบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ โตจากกล้ามเนื้อที่หนาตัวกว่าปกติ ลองนึกภาพคนเล่นกล้าม นักเพาะกาย ที่กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น เพราะกล้ามเนื้อทำงานหนัก กล้ามเนื้อหัวใจก็เช่นกัน หากต้องทำงานหนัก บีบตัวมากๆ เช่น ในกรณีความดันโลหิตสูงหรือลิ้นหัวใจตีบ ก็ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้นได้ อีกประการหนึ่งคือขนาดของหัวใจโตขึ้นเพราะกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวไม่ดี มีเลือดคั่งค้างในห้องหัวใจมากคล้ายลูกโป่งใส่น้ำทำให้ขนาดโตขึ้น มีหลายโรคที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจโต ที่พบเป็นประจำก็คือ ความดันโลหิตสูง ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว หัวใจขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย เบาหวาน เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วโรคของกล้ามเนื้อหัวใจที่หนากว่าปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ โรคหัวใจจากแอลกอฮอล์ก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกัน


รู้ได้อย่างไรว่าหัวใจโต                                                                                                                                       
                    ภาวะหัวใจโตไม่จำเป็นต้องมีอาการผิดปกติใดๆ หากจะมีอาการก็จะเป็นอาการเนื่องจากโรคที่เป็นต้นเหตุและอาการจากหัวใจล้มเหลว เช่น เหนื่อยง่าย หอบ  แน่นหน้าอก เป็นต้น การตรวจร่างกายจะบอกได้หากหัวใจมีขนาดโตมาก แต่โดยทั่วไปแล้ว การตรวจร่างกายจะมุ่งหาสาเหตุของหัวใจโตมากกว่าที่จะบอกขนาดของหัวใจ การตรวจที่จำเป็นคือ เอกซเรย์ทรวงอก (เอกซเรย์ปอดและหัวใจ) เป็นการตรวจพื้นฐานซึ่งอยู่ในโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี สามารถบอกความผิดปกติของร่างกายได้หลายอย่าง โดยเฉพาะบุคคลที่ทีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ และอีกวิธีหนึ่งคือการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากกล้ามเนื้อหัวใจหนากว่าปกติมาก หรือเคยมีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจตายมาก่อนจะแสดงให้เห็นจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

คลินิกรังสีเทคนิค เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัดกิจกรรมบำบัด เอกซเรย์ หัวใจโต 
ภาพจากการตรวจเอกซเรย์ทรวงอก
 
 คลินิกรังสีเทคนิค เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัดกิจกรรมบำบัด เอกซเรย์ หัวใจโต
  ภาพจากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

                    แต่อย่างไรก็ตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการตรวจที่มีความไวต่ำ แม้คลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ ก็มิได้หมายความว่าหัวใจไม่โตหรือไม่มีโรคหัวใจขาดเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจอาจบอกว่าโต แต่จริงๆ แล้วไม่โตก็ได้ เอกซเรย์ทรวงอกสามารถบอกขนาดหัวใจได้ดีพอสมควร แต่ก็อาจผิดพลาดได้จากการหายใจของผู้ป่วย การตรวจเหล่านี้ล้วนมีข้อจำกัดทั้งสิ้น บ่อยครั้งที่แพทย์สั่งตรวจพิเศษเหล่านี้หลายๆ อย่างเพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการให้ความเห็นและรักษา กรุณาอย่าคิดว่าแพทย์สั่งตรวจมากๆเพราะไม่เก่งหรือเพราะต้องการค่าแพทย์มากๆ

ตรวจวิธีไหน ดีที่สุด
                                                                                                                                                          
                    ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดโดยไม่มีข้อจำกัดในการตรวจเลย วิธีดูขนาดหัวใจที่ยอมรับกันว่าดีมากในปัจจุบันคือ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตราซาวนด์นั่นเอง การตรวจชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า 
เอกโค่คาร์ดิโอกราฟฟี่” (echocardiography) หลักการคือ เครื่องมือจะส่งคลื่นเสียงเสียงความถี่สูงทะลุผ่านอวัยวะต่างๆ ที่จะตรวจเมื่อผ่านส่วนต่างๆ คลื่นเสียงเหล่านี้จะสะท้อนกลับ ความสามารถในการสะท้อนกลับขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อเยื่อที่ผ่าน เช่น เลือด กระดูก กล้ามเนื้อ เหล่านี้ให้สัญญาณการสะท้อนกลับที่แตกต่างกัน คอมพิวเตอร์จะบันทึกสัญญาณสะท้อนกลับเหล่านี้ นำมาสร้างภาพขึ้นเห็นเป็นอวัยวะที่แพทย์กำลังตรวจอยู่ ดังนั้นหากตรวจที่หัวใจก็จะเห็นห้องหัวใจ ซึ่งวัดขนาดได้ว่าโตหรือไม่ เห็นการทำงานของลิ้นหัวใจ เห็นกล้ามเนื้อหัวใจและความ สามารถในการบีบตัวว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นจึงให้รายละเอียดได้มากกว่าการตรวจอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตาม การตรวจชนิดนี้ไม่เห็นหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ และเห็นภาพไม่ชัดนักในผู้ป่วยที่อ้วนหรือมีโรคปอด (ยกเว้นการตรวจโดยผ่านหลอดอาหาร)

คลินิกรังสีเทคนิค เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัดกิจกรรมบำบัด เอกซเรย์ หัวใจโต 

การตรวจเอกโค่คาร์ดิโอกราฟฟี่” (echocardiography)

 
 คลินิกรังสีเทคนิค เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัดกิจกรรมบำบัด เอกซเรย์ หัวใจโต
 การตรวจเอกโค่คาร์ดิโอกราฟฟี่” (echocardiography)

                    แต่อย่างไรก็ตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการตรวจที่มีความไวต่ำ แม้คลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ ก็มิได้หมายความว่าหัวใจไม่โตหรือไม่มีโรคหัวใจขาดเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจอาจบอกว่าโต แต่จริงๆ แล้วไม่โตก็ได้ เอกซเรย์ทรวงอกสามารถบอกขนาดหัวใจได้ดีพอสมควร แต่ก็อาจผิดพลาดได้จากการหายใจของผู้ป่วย การตรวจเหล่านี้ล้วนมีข้อจำกัดทั้งสิ้น บ่อยครั้งที่แพทย์สั่งตรวจพิเศษเหล่านี้หลายๆ อย่างเพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการให้ความเห็นและรักษา กรุณาอย่าคิดว่าแพทย์สั่งตรวจมากๆเพราะไม่เก่งหรือเพราะต้องการค่าแพทย์มากๆ

ตรวจวิธีไหน ดีที่สุด
                                                                                                                                                          
                    ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดโดยไม่มีข้อจำกัดในการตรวจเลย วิธีดูขนาดหัวใจที่ยอมรับกันว่าดีมากในปัจจุบันคือ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตราซาวนด์นั่นเอง การตรวจชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า 
เอกโค่คาร์ดิโอกราฟฟี่” (echocardiography) หลักการคือ เครื่องมือจะส่งคลื่นเสียงเสียงความถี่สูงทะลุผ่านอวัยวะต่างๆ ที่จะตรวจเมื่อผ่านส่วนต่างๆ คลื่นเสียงเหล่านี้จะสะท้อนกลับ ความสามารถในการสะท้อนกลับขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อเยื่อที่ผ่าน เช่น เลือด กระดูก กล้ามเนื้อ เหล่านี้ให้สัญญาณการสะท้อนกลับที่แตกต่างกัน คอมพิวเตอร์จะบันทึกสัญญาณสะท้อนกลับเหล่านี้ นำมาสร้างภาพขึ้นเห็นเป็นอวัยวะที่แพทย์กำลังตรวจอยู่ ดังนั้นหากตรวจที่หัวใจก็จะเห็นห้องหัวใจ ซึ่งวัดขนาดได้ว่าโตหรือไม่ เห็นการทำงานของลิ้นหัวใจ เห็นกล้ามเนื้อหัวใจและความ สามารถในการบีบตัวว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นจึงให้รายละเอียดได้มากกว่าการตรวจอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตาม การตรวจชนิดนี้ไม่เห็นหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ และเห็นภาพไม่ชัดนักในผู้ป่วยที่อ้วนหรือมีโรคปอด (ยกเว้นการตรวจโดยผ่านหลอดอาหาร)


ใคร? ควรได้รับการตรวจ "เอกโค่"                                                                                           
                    ผู้ที่มีอาการของหัวใจล้มเหลว หัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง หรือตรวจร่างกายทางระบบหัวใจผิดปกติ ควรได้รับการตรวจนี้เพื่อดูความสามารถในการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ นอกจากนั้นแล้วผู้ที่เอกซเรย์พบว่าขนาดโตกว่าปกติบางรายควรดูให้แน่ใจว่าโตจริงไหม ทั้งนี้แล้วแต่แพทย์โรคหัวใจจะพิจารณาเป็นรายๆ ในผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด เช่น เบาหวาน หากพบว่าหัวใจโตจากเอกซเรย์ก็ควรตรวจละเอียดเช่นกัน เนื่องจากภาวะหัวใจโตไม่จำเป็นต้องมีอาการ

เป็นแล้วรักษาอย่างไร                              
                    การรักษาภาวะหัวใจโต คือการรักษาตามสาเหตุ เช่น รักษาความดันโลหิตสูง ผ่าตัดลิ้นหัวใจ หรือรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นต้น แม้ว่าการรักษาอาจไม่ได้ลดขนาดหัวใจลงให้เห็นได้ชัดเจนจากการเอกซเรย์ทรวงอกในบางราย แต่การรักษาจะช่วยป้องกันไม่ให้โตขึ้นเรื่อยๆได้


เรียบเรียงโดย
นายณัฐวัฒน์  งุ่ยส่องแสวง
นักรังสีการแพทย์
ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา
อายุรแพทย์โรค
หัวใจ
อดีตผู้ช่วยศาสตราจารย์หน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ด้วยความปรารถนาดีจาก คลินิกเทคนิคการแพทย์ ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก

คณะเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เบอร์โทรศัพท์ 053-94-6027 ต่อ 11-14

สำนักงานศูนย์บริการฯ
เปิดทำการวันจันทร์ - ศุกร์
เวลา 08.30 - 16.30 น.
โทร 0-5394-5096-7